|
ผู้แทนทองฯ เกิดจากครอบครัว
ของ นายเทพ กันทาธรรม และนาง ศรีเวย
กันทาธรรม เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2454
ที่ บ้านหนองม่วงไข่
จังหวัดแพร่ ผู้เป็นบิดามี
เชื้อสายเจ้านาย ของเมืองเชียงแสน และ
มารดา สืบเชื้อสายจากเจ้านายของพวกไทยลื้อ มีพี่ชาย
เติบโตมาด้วยกัน ชื่อ นายอุทัย
กันทาธรรม ส่วนน้องคนเล็ก ชื่อ
นายสม กันทาธรรม
นายอุทัย พี่ชายคนโต มีความรับผิดชอบสูง ทำหน้าที่หารายได้ให้กับครอบครัวตั้งแต่เยาว์วัย ส่วนผู้แทนทองนั้นเรียนหนังสือเก่ง เป็นคนใฝ่รู้สามารถสอบผ่านโรงเรียนบ้านแม่คำมี
และ โรงเรียนพิริยาลัย ได้เป็นที่ 1 และ ที่ 2
ตลอดมา จึงได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากญาติพี่น้อง พระครูรัตนปัญญา และ ลุง คือ
ขุนม่วงไข่ขจร ให้เรียนต่อ เพื่อความก้าวหน้าของผู้แทนทอง และ
ความภาคภูมิใจของบรรดาญาติทั้งหลาย ซึ่งก็ไม่เป็นที่ผิดหวังของทุกๆคน
จากนั้นสามเณรทองก็ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โดยการอุปการะของท่านเจ้าคุณอภัย สารถะ
เจ้าคณะเชียงใหม่ ที่วัดเชตวัน ถนนท่าแพ
จนจบชั้นมัธยมที่ 7
ด้วยคะแนนในขั้นสูงสุด จนเมื่ออายุ
17 ปี ก็ได้ลาสึกออกจากสมณเพศ
เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อศึกษาต่อที่
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
พักอยู่ที่วัดเบญจมบพิตร
และสำเร็จการศึกษามัธยมที่ 8 ในปี
พ.ศ. 2472
จากนั้นผู้แทนทองฯ ก็ได้เข้าเรียนกฏหมายที่ห้างแบตเมนต์เก่า (
เป็นที่ตั้งของกรมประชาสัมพันธ์ ปัจจุบัน) จนจบกฎหมาย ปี พ.ศ. 2479 ได้เนติบัณฑิต
เมื่ออายุ 22 ปี บริบรูณ์ เป็นตัวอย่างของลูกเมืองแพร่ จากชนบทที่มีความสามารถ และ ขยันหมั่นเพียร
ที่ดีที่สุดในยุคนั้น
ผู้แทนทองฯได้เข้ารับราชการตำแหน่งประจำแผนกตรวจสอบเรื่องและความเห็น
ของสำนักเลขานุการ คณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ.2477
ได้เลื่อนไปประจำที่แผนกตรวจสอบเรื่องราว และ ความเห็น
ปีพ.ศ. 2478 ย้ายไปประจำแผนกสัญญาทางพระราชไมตรี
กองการต่างประเทศ กรมมหาดไทย ปี พ.ศ.
2479 อายุ 25 ปี จึงได้ไปรับตำแหน่ง นายอำเภอ
ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ 9 เดือน
เมื่อได้รับการรบเร้าจากขุนม่วงไข่ขจร
ผู้เป็นลุง ผู้แทนทองจึงได้สมัคร และ
รับเลือกเป็น ผู้แทนทอง กันทาธรรม
ส.ส.จังหวัดแพร่ ครั้งแรก เมื่อ ปี พ.ศ. 2480 และได้เป็น ส.ส.ที่มีอายุอยู่ถึง 8 ปี ในช่วงสงครามมหาเอเซียบูรพา
บุรุษผู้รักชาติผู้นี้สำเร็จเนติบัณฑิตเป็นลูกศิษย์คนโปรดคนหนึ่งของ
นาย ปรีดี พนมยงค์ คนหนึ่ง จึงเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ริเริ่ม เพื่อจัดตั้ง ขบวนการต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น
โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ร่วมกับผู้แทนราษฎรในรุ่นเดียวกันที่มีความรักชาติและไม่ต้องการเห็นการยึดครองประเทศไทย |