ปฏิบัติการนิวเมอรัล
|
|
ปฏิบัติการนิวเมอรัล (Operation Numeral) :
เสรีไทยแพร่
เสรีไทยโดยอาจารย์ปรีดี พนมยงค์
ได้กำหนดให้งานเสรีไทยแพร่
ใช้ชื่อว่า
Operation Numeral
ปฏิบัติการ นิวเมอรัล
ในระยะแรกมีความมุ่งหมายทางด้านข่าวกรองเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทหารญี่ปุ่นในภาคเหนือของประเทศไทย ได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2488
เมื่อ ร.ต.ชโรช โล่ห์สุวรรณ
นายทหารเสรีไทยสายอเมริการุ่นที่
2 ถูกส่งเข้าประเทศไทยอย่างโดดเดี่ยว โดยกระโดดร่มลงที่จังหวัดแพร่ ร.ต.ชโรช
หรือนามแฝง “ลอส” (Los) เป็นเสรีไทยชุดที่ 2
ที่กระโดดร่มลงที่แพร่
ภายหลังชุดที่ 1 หรือ “ปฏิบัติการฮอทฟูท”
เมื่อเดือนกันยายน 2487 ซึ่งมีร.ท.บุญมาก เทศบุตร
(เบน – Ben)
และ ร.ต.วิมล วิริยะวิทย์
(ไวแมน – Wyman)
เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจ
ความแตกต่างก็คือปฏิบัติการฮอทฟูทเป็นการบุกเบิกที่ไม่มีการคอยรับทางพื้นดิน ทำให้ต้องเสี่ยงอันตรายสูงมาก แต่ปฏิบัติการอื่นๆ
หลังจากได้ตั้งศูนย์ไซเรนขึ้นที่กรุงเทพฯแล้ว มีการนัดหมายกันอย่างชัดเจนและมีความแน่นอนค่อนข้างสูง ทำให้ลดการเสี่ยงอันตรายลงไปมาก
ร.ต.ชโรช โล่ห์สุวรรณ
ปฏิบัติงานอยู่เพียงคนเดียวเป็นเวลาถึง
4 เดือน จนกระทั่งปลายเดือนกรกฎาคม 2488
ทางหน่วยเหนือจึงส่งบุคลากรเข้ามาสมทบ
การปฏิบัติงานที่แพร่ดำเนินไปด้วยดีเพราะนายปรีดี
พนมยงค์มีบุคคลใกล้ชิดที่ไว้วางใจได้อยู่ในพื้นที่ 2 นาย คือ เจ้าวงศ์
แสนศิริพันธ์ และนายทอง
กันทาธรรม
ซึ่งเป็นคหบดีและผู้แทนราษฎรที่มีคนนับหน้าถือตามากในจังหวัดแพร่
|
ปฏิบัติการนิวเมอรัล (ต่อ)
|
คืนวันที่ 28
กรกฎาคม 2488 เครื่องบินลำเลียงติดอาวุธ ซี-47
ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
หลังจากได้ใช้เวลาก่อนหน้านั้น
2 วันค้นหาจุดนัดหมายไม่พบ ได้บินจากสนามบินกรุงย่างกุ้งเมื่อเวลา 22 นาฬิกา มาถึงพื้นที่นัดหมายเวลา 2
นาฬิกาของเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม
เหตุที่ปล่อยพลร่มและร่มสัมภาระลงไม่ได้
ในครั้งแรกก็เพราะทางพื้นดินไม่ให้สัญญาณเนื่องจากได้รับข่าวกรองมาว่าทางญี่ปุ่นทราบระแคระคายว่าจะมีเครื่องบินสัมพันธมิตรมาทิ้งร่ม ส่วนครั้งที่
2
ความล้มเหลวเกิดจากนักบินหลงทางบินเลยไปเมืองน่าน
สถานที่กระโดดร่มไม่เหมาะสมนัก เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้สูง ตอไม้และโขดหิน แต่ชุดปฏิบัติการนิวเมอรัล 4
นายก็ได้กระโดดร่มลงมาจากความสูง
700 ฟิต ขณะที่เครื่องบินใช้ความเร็วประมาณ 105
ไมล์ต่อชั่วโมง
โดยพลพรรคเสรีไทยที่ไปคอยรับทำสัญญาณเป็นรูปตัว “ที”
T
บุคลากรของปฏิบัติการนิวเมอรัล 4
นาย คือ ร.ท.วอลเตอร์
พี.คูสมัค (Walter
P.Kuzmuk)
นายทหารราบซึ่งเคยกระโดดร่มในสมรภูมิฝร่งเศสมาหลายครั้ง เป็นหัวหน้าชุด ส.ต.วิลเลียม
ซี.แกรนท์ (W.C.Grant) เป็นครูฝึกอาวุธ, ส.อ.สตีเวน
ซิสโค (Steven Sysko) เป็นเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ มีหน้าที่หลักในการรักษาพยาบาล แต่ต้องช่วยฝึกอาวุธด้วย และ ร.ต.แปลง คำเมือง
หรือ “ไมค์” (Mike) ซึ่ง เป็น
1 ในจำนวน 7
คนที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปรับการฝึกที่ลังกาเมื่อกลางเดือนเมษายน 2488
โดยมี ร.ท.วงศ์ พลนิกรเป็นหัวหน้าชุด ร.ต.แปลง
คำเมือง
ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงานวิทยุประจำชุดปฏิบัติการนิวเมอรัล นายทหารเสรีไทย
ผู้นี้ไม่เคยฝึกการกระโดดร่มจริงๆ
มาก่อน
แต่ก็สามารถทำได้เรียบร้อยโดย ไม่สะทกสะท้าน ร.ต.แปลงกระโดดร่มลงมาเป็นคนที่ 2
ติดตาม
ร.ท.คูสมัคหัวหน้าชุดลงมา
ก่อนจะถึงพื้นดินร่มของ
ร.ต.แปลงไปเกี่ยวยอดไม้เล็ก ๆ ซึ่งพอแกะหลุดก็กระโดดลงสู่พื้นดินได้ |
ปฏิบัติการนิวเมอรัล (ต่อ)
|
|
นอกจากพลร่ม 4
นายแล้ว เครื่องซี –
47
ยังได้ทิ้งร่มสัมภาระซึ่งมีอาวุธยุทโธปกรณ์และยารักษาโรคลงมาด้วยรวม 26
ชุด บางร่มแตกกระจาย ทำให้ยารักษาโรค, เครื่องเวชภัณฑ์
และอาหารสำเร็จรูปบางส่วนได้รับความเสียหาย เมื่อเก็บรวบรวมสัมภาระต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว
จึงพาพลร่มทั้ง 4
นายเดินทางเท้าอีกประมาณชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมงก็ถึงค่ายพลพรรคเสรีไทย จังหวัดแพร่
โดยนายทอง กันทาธรรม ผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นหัวหน้าพลพรรคคอยต้อนรับ ทุกครั้งที่มีการทิ้งร่ม เสรีไทยที่กระจายตามหมู่บ้านเวียงต้า แม่หล่าย
แม่คำมี
และหนองม่วงไข่จะเดินทางกันในช่วงกลางคืนด้วยเกวียนเพื่อขนของสัมภาระ
และอาวุธให้เสร็จภายในคืนเดียวเพื่อชุกซ่อนไว้มิให้ญี่ปุ่นได้รู้ถึงปฏิบัติการ และการติดต่อระหว่างหน่วยเสรีไทยแพร่
กับฝ่ายสัมพันธมิตรทำให้เกิดการร่วมมือกำหนดเป้าหมายการทิ้งระเบิดตามจุดต่างๆในจังหวัดแพร่
และ จังหวัดลำปาง โดยมีจุดมุ่งหมายให้ห่างจาก
บ้านเรือนของชาวบ้านมากที่สุด
และในช่วงเดียวกันนั้น นาย ทอง
กันทาธรรม
ก็ได้ขอกำลังจาก พล.ร.ต.สังวร สุวรรณชีพ
เพื่อมาประจำการตามจุดต่างๆ ภายในจังหวัดแพร่ เป็นการเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ขั้นแตกหัก
กับทหารญี่ปุ่นตามที่อาจารย์ปรีดี ได้วางแผนไว้
วันที่ 1
สิงหาคม มีการประชุมกันระหว่าง
นายทอง กันทาธรรม, ร.ท.คูสมัค
และ ร.ต.ชโรช
โล่ห์สุวรรณ หรือ “ลอส” และมีชื่อเป็นภาษาพื้นเมืองว่า “หนานรส”
ทำหน้าที่รับ- ส่งวิทยุอยู่บนดอยผาบ่อง
ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง ได้ปรึกษากันถึงเรื่องการฝึกพลพรรรคซึ่งนายทองรับผิดชอบในการจักหาบุคลากรมารับการฝึก โดยกำหนดเป้าหมายว่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 800
นาย หรืออาจจะถึง 2,000
นาย พลพรรคที่เข้ารับการฝึกรุ่นแรกมี 40
นาย
เน้นการใช้อาวุธอเมริกันและการรบแบบจรยุทธ์ ส.ต.วิลเลียม
ซี.แกรนท์เป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอาวุธโดยตรง ขณะที่ ส.อ.สตีเวน
ซิสโคแจกจ่ายเวชภัณฑ์และยาตลอดจนดูแลการเจ็บป่วยของชาวบ้าน ส่วน ร.ต.แปลง
คำเมืองใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนดอยผาบ่องเพื่อ รับ ส่งวิทยุติดต่อกับทรินโกมาลีและช่วยฝึกอาวุธให้แก่พลพรรคด้วย บุคลากรของปฏิบัติการนิวเมอรัลพักอยู่บนยอดเขาส่วนค่ายพลพรรคอยู่ข้างล่าง แต่ก็มีการติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา ในช่วงปฏิบัติการนี้
เสรีไทยแพร่หน่วยเวียงต้าได้สกัดจับสายสืบทหารญี่ปุ่นได้ 2 คน และคนนำทางเป็นคนไทย
2 คน ทั้ง 4
คนถูกเสรีไทยแพร่กำจัดและเสียชีวิต
|
ปฏิบัติการนิวเมอรัล (ต่อ)
|
| ก่อนสงครามจะยุติ ข้าหลวงประจำจังหวัด, นายอำเภอ
และนายแพทย์สาธารณสุขได้เดินทางมาเยี่ยมถึงค่ายฝึก เมื่อสงครามสงบแล้ว
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการนิวเมอรัลได้ย้ายจากฐานปฏิบัติการมาพักอยู่ที่จวนข้าหลวง* ในตัวเมืองแพร่ และรับส่งวิทยุจากที่นั่น ร.ท.วอลเตอร์
พี.คูสมัค บินไปลำปางเพื่อตรวจสอบค่ายเชลย หลังสงคราม
ชุดปฏิบัติการนิวเมอรัลได้รับคำสั่งให้ดูแลค่ายเชลยศึกสัมพันธมิตรทางภาคเหนือที่เชียงใหม่และลำปาง
รวมถึงการย้ายเชลยศึกเหล่านั้นลงมากรุงเทพฯ ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม 2488
ในพิธีการวางอาวุธของทหารญี่ปุ่นต่อฝ่ายสัมพันธมิตรนั้น ร.ต.ชโรช
โล่ห์สุวรรณ
ได้เป็นผู้แทนฝ่ายสัมพันธมิตรรับมอบดาบซามูไรจากนายทหารญี่ปุ่นที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ต่อมาในวันที่
2 กันยายน นายทหารไทยจากลำปางหลายนายได้มาเยือนที่แพร่ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ร.ต.อายุส
อิศรเสนา ณ อยุธยา
เพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยที่สหรัฐฯกับ ร.ท.คูสมัค อีก
10
วันต่อมาสมาชิกกลุ่มปฏิบัติการนิวเมอรัลก็เดินทางมากรุงเทพฯ วอลเตอร์
พี.คู สมัคหัวหน้าชุดเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 17
กันยายน 2488
ชโรช โล่ห์สุวรรณได้ยศร้อยเอก ส่วนแปลง
คำเมืองได้ยศร้อยตรี
ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่
29 กันยายน 2488
ปัจจุบัน นาย ชโรช
โล่ห์สุวรรณ มีชีวิตอยู่ อายุ 93 ปี
แต่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์
อยู่ในกรุงเทพฯ
จวนข้าหลวง* หรือคุ้มเจ้าหลวง คือบ้านของ เจ้าพิริยเทพวงศ์อุดร
เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้ายใช้เป็นทั้งบ้านอาศัยและที่ว่าราชการในสมัยนั้น
ต่อมาใช้เป็นบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จนถึงปี
2546 และ ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์คุ้มเจ้าหลวง
|